วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

70's ยุคแห่งความฝัน


     
           70's  ยุคแห่งความฝัน ยุคแห่งจิดวิญญาณของวัยหนุ่มสาว ยุคซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นควัน
            จากธรรมชาติ  ยุคสมัย  ที่บางสิ่งบางอย่างมันหายสาบสูญไปแล้วในตอนนี้




วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Super CUP


ในปัจจุบันมีบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์มากมาย ซึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถที่มีชื่อเสียงเหล่านั้น คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อ ฮอนด้า แน่นอน ฮอนด้าเปิดสายการผลิตรถจักรยานยนต์ มาตั้งแต่อดีต มีการผลิตรถจักรยานยนต์ออกมามากมายหลายรุ่น ด้วย เทคโนโลยีที่เก้าทันกระแสการ เปลี่ยนแปลงของโลกตลอดเวลา แต่มีรถจักรยานยนต์ โมเดลหนึ่งซึ่งทุกคนอาจมองข้ามไปนั้น คือการผลิตของรถโมเดล Super CUP นั่นเอง สายการผลิตของรถจักรยานยนต์ในโมเดลนี้ มีจำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 35 ล้าน คัน แล้วในปัจจุบันในช่วงปี 1959 มีเปิดตัวสายการผลิต ครั้งแรกในรุ่น Honda c100 อย่างเป็นทางการ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น 
                                         

     ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี2002 บริษัท Honda Moter โมเดล Super CUP  มีการเช็คจำนวนผลิตภัณฑ์ ทั้งหมดสำหรับ อีกครั้ง พบว่าในช่วงเวลา 44 ปีที่ผ่านมา สายการผลิต ของรถโมเดลนี้มีจำนวนมากถึง 35 ล้านคันแล้วนับจากสาม เดือนแรกที่มีการ จัดจำหน่ายสู่ท้องตลาดอย่างเป็นทางการในปี 1958 สายการผลิตในช่วงแรกของ Super CUP นั้นมีการออก แบบ และพัฒนาขึ้นโดยตรงจากฝีมือของนาย Soichiro Honda ผู้บริหารระดับสูงหรือเจ้าของบริษัทฮอนด้านั่นเอง โดยได้แนว ความคิด ในการออกแบบรถจักรยานยนต์สายพันธ์ใหม่นี้มาจากการควา มเอนกประสงค์ ของรถสกุตเตอร์ที่ทุกคน ในสมัยนั้นต่าง ก็ยอมรับในความสามารถรอบตัวของมัน เครื่องยนต์ของรถสกุตเตอร์ในสมัยนั้นแทบทั้งหมดจะเป็นเครื่องยนต์แบบสองจังหวะ แต่สำหรับฮอนด้าโมเดล the Super CUP แล้วมีการปรับปรุงรูปแบบใหม่ด้วยการใช้เครื่องยนต์แบบสี่จังหวะสมรรถภาพสูง 50ซีซี เข้ามาติดตั้งแทน ซึ่งเครื่องยนต์แบบนี้โดดเด่นมากกว่าของกำลังที่ ได้ความประหยัดเชื้อเพลิงที่สูงกว่า อีกทั้งยัง มีความทนทาน กว่าเครื่องยนต์สี่จังหวะ อย่างเห็นได้ชัด ในด้านของรูปลักษณ์ภายนอกมีการออกแบบให้ตัวรถ อยู่ในระดับต่ำเช่นเดียวกับ รถสกุต เตอร์แต่มีการออกแบบโครงสร้างตัวถังเป็นแบบ backbone frame แทน เพื่อให้ง่ายต่อการติดตั้งและ การถอดออกของ บังลม ด้านหน้า ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันโคลนสิ่งสกปรก และลม มาประทะขาของผู้ขับขี่ ที่สำคัญโครงสร้างตัวถังแบบนี้ยังเป็น วัตกรรม ใหม่ล่าสูดในสมัยนั้นอีกด้วย

ต่อมาในปี 1970 ทางHonda Japan ได้เพิ่มการลงทุนโดยออกจัดจำหน่ายส่งขายไปยังนอกประเทศญี่ปุ่น และในปี 1972 อังกฤษก็เต็มไปด้วย Honda C70 รถจักรยานยนต์คันนี้ยังเป็นยอมรับกันในผู้ขับขี่รถจักรยานต์ในทุกๆเพศทุกวัยจากทั่วโลก ตามหลังรถรุ่นพี่ Honda C50 ได้อย่างไร้ข้อกังขา การพัฒนาที่โดดเด่นที่สร้างความแตกต่างระหว่าง C50 กับ C70 นั้นคือการที่นำเอาระบบคลัทซ์อัตโนมัติ สามสปีดเข้ามาใช้ในC70 ทำให้ทุกๆการขับขี่มันง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น แม้ในที่การจราจรติดขัด

ระบบความปลอดภัยของ ดรัมเบรคเข้ามาในวงล้อ17นิ้ว พร้อมกับพัฒนาด้ามมือจับเบรคของรถให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ที่ซื้อไปขับขี่เกิดความพึงพอใจที่สุดกว่าทศวรรษที่ผ่านมา วิศวกรฮอนด้าได้ปรับปรุง C70 อย่างต่อเนื่องแต่คงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอก ต่อมาได้เพิ่ม ชุดสีต่างๆขเพื่อเอาใจผู้ชื่นชอบรถจักรยานยนต์และนักสะสมต่อมาในปี 1982 ฮอนด้าได้เปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีด้านรถจักรยานยนต์ครั้งใหญ่อีก โดยการเปลี่ยนระบบไฟ 6V ไปเป็น 12V พร้อมกับนำเอาการระบบ CDI เข้ามาใช้ในเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพที่ดีของเครื่องยนต์ การประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นในส่วนของบริการหลังการขาย สมัยนั้น Honda ยังได้รับคำขอบคุณจากผู้ขับขี่อยู่ตลอดเวลา ว่ามีการจัดการบริการหลังการขายที่ดี

โพสต์แนะนำ

ถนนกับสายน้ำ 70 Lover trip